ภัยเงียบโรคซึมเศร้า ที่ไม่ควรมองข้าม

ภัยเงียบโรคซึมเศร้า เป็นอีกหนึ่งโรคที่หลายคนให้ความสนใจและถูกกพูดถึงมากที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา


 

หลายคนมองว่า โรคซึมเศร้า เป็นโรคที่ไม่มีความร้ายแรง แต่ในความเป็นจริงแล้ว โรคนี้เป็นโรคที่อันตรายยิ่งกว่าโรคมะเร็งเสียอีก เราจะเห็นได้ว่า ในปัจจุบัน อัตราของผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตด้วยโรคนี้นับวันจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ บางคนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า ตัวเองเป็นโรคนี้อยู่ เพราะ คิดเพียงแค่ว่า แค่เศร้า เดี๋ยวมันก็จะหายไป ดังนั้น จะดีกว่าไหมถ้าเราจะมาเริ่มทำความเข้าใจและหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดโรคนี้กัน
โรคซึมเศร้า คืออะไร
เป็นโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับอารมณ์ชนิดหนึ่งซึ่งมีความแตกต่างจาก อารมณ์เศร้าอย่างสิ้นเชิง โดยปกติแล้ว เวลาที่เรามีความกังวล เครียดหรือมีปัญหาเกิดขึ้น อย่างเช่น อกหัก ถูกรังแก หรือสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป อาการเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นเพียงชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น พอเวลาผ่านไปความเครียด ความวิตกกังวลเหล่านั้นก็จะปรับตัวปรับใจกลับมาเป็นปกติเช่นเดิม แต่ หากเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้า อารมณ์ความรู้สึกที่ถูกกระทบกระเทือนนั้นมักจะติดอยู่ในช่วงของความรู้สึกนั้นยาวนานกว่า ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นก็จะส่งผลทำให้เกิดการแปรปรวนของสื่อสมอง เกิดความเปลี่ยนแปลงในส่วนของการทำงานที่เชื่อมโยงในด้านของอารมณ์ ความคิด ทำให้ไม่สามารถจัดการความรู้สึกของตัวเองได้
สาเหตุของโรคซึมเศร้า
การเกิดโรคซึมเศร้ามีอยู่ด้วยกัน 2 ปัจจัยคือ 1.ปัจจัยทางชีวภาพ ได้แก่ พันธุกรรม หากคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคชนิดนี้ โอกาสหรือความเสี่ยงที่คนในครอบครัวจะป่วยด้วยโรคซึมเศร้า ย่อมมีมากกว่าคนทั่วๆไป ผลข้างเคียงที่เกิดจากการใช้ยาบางชนิด เช่น ยาลดความดัน ยาเคมีบำบัด ก็จะส่งผลทำให้เกิดอาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้าได้ 2.สภาพแวดล้อม เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อสภาพจิตใจโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นความเครียด ปัญหาครอบครัว ผลการเรียนตกต่ำ หน้าที่การงาน เพื่อน ความวิตกกังวล ความกลัว ความบกพร่องที่เกิดขึ้นในอดีตหรือแม้กระทั้ง ขาดความมั่นใจ ความภูมิใจในตัวเอง การเผชิญกับความผิดหวังซ้ำๆ
โรคซึมเสร้าดูได้จาก
การสำรวจตัวเองหรือดูว่าคนรอบข้าง ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า หรือไม่นั้น เราสามารถสังเกตความผิดปกติได้ด้วย
1.อารมณ์
มีอาการท้อแท้ หดหู่ ซึม หงอย มีความเครียด ความวิตกกังวลที่มากเกินไป ความก้าวร้าว หงุดหงิดง่าย ฉุนเฉี่ยว โดยที่เราไม่รู้ว่า ทำไมถึงมีอารมณ์แบบนั้นขึ้นมาแบบไม่มีสาเหตุ หรือ ไม่สามารถควบคุมหรือจัดการอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้ทั้งที่ตนเองรู้สึกได้ แต่เมื่ออยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินกลับไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้เลย จมอยู่กับห้วงความรู้สึกที่หวาดระแวง ความวิตกกังวลใจที่มากเกินไปแบบไม่มีเหตุผล
2.ความคิด
มีทัศนคติในด้านลบอยู่ตลอดเวลา ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง รู้สึกว่าตัวเองนั้นไร้ค่า คอยตำหนิแต่ตัวเองเรื่อยไป หรือแม้แต่กระทั้งมีความติดที่อยากตายหรือคิดเรื่องฆ่าตัวตายอยู่เสมอๆ
3.พฤติกรรม
ไม่มีความสุขในสิ่งที่ทำ มีความเบื่อไม่อยากจะทำอะไร นอนทั้งวัน หรือไม่หลับไม่นอน ทำอะไรก็เชื่องช้า ไม่มีสมาธิ ใจลอย ไม่รู้สึกอยากอาหาร ไม่อยากพบปะผู้คน ชอบเก็บตัวเงียบอยู่คนเดียว
ซึ่งหากคุณหรือคนในครอบครัว มีอาการอย่างน้อยในลักษณะเหล่านี้ และดูเหมือนว่าจะมีอาการเหล่านี้ประมาณ 2 สัปดาห์ขึ้นไป ควรติดต่อและเข้าการรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจาก มีความเสี่ยงในการที่จะเป็นโรคซึมเศร้า


หน้าแรก

แทงบอลกับ ฟีฟ่า 55 ปลอดภัย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *